|
การลงนะหน้าทอง เชื่อกันว่าเป็นวิธีการเสริมดวงชะตาในด้านเมตตามหาเสน่ห์ และเพิ่มโชคลาภ โดยใช้แผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์แปะตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ที่นิยมกันมากคือหน้าผาก แล้วลงคาถาอาถม ซึ่งถือเป็นไสยศาสตร์ประเภทหนึ่ง
สมควรที่จะทำหรือไม่ – เรื่องนี้ควรใช้สติในการพิจารณาว่าควรทำหรือไม่ การลงนะหน้าทองมิใช่คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สิ่งที่เราชาวพุทธควรยึดถือคือหลักธรรมคำสั่งสอนอันจริงแท้แน่นอน และยึดพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะ มิใช่ยึดไสยศาสตร์เป็นที่พึ่ง เพราะการลงนะหน้าทองที่เชื่อกันว่าดีนั้น จะมีผลเสียแก่ตัวเรามากกว่า เช่น การสูญเสียทรัพย์ ถูกหลอกลวง โดยมิจฉาชีพ หรือในกรณีที่ผู้ลงนะหน้าทองเป็นคนที่มีวิชาหรือคาถาอาคมจริง การลงนะหน้าทองก็เปรียบเหมือนกับการทำเสน่ห์อย่างหนึ่ง ผู้ที่ลงนะหน้าทองสามารถเรียกหรือสั่งให้เราทำอะไรก็ได้โดยขาดสติ โดยที่เราไปยอมรับเอาของนั้นเข้าตัวมาด้วยความเต็มใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์
อันที่จริงแล้ว การทำบุญนั้นคือการเพิ่มเสน่ห์ในตนเองอยู่แล้ว แต่สเน่ห์ในที่นี้มิได้มีความหมายในเชิงชู้สาว เวลาที่เราทำบุญต่าง ๆ โดยปกติก็จะมีการอุทิศบุญให้เทวดาประจำตัวหรือญาติพี่น้อง คนรู้จัก ฯลฯ นอกจากนั้นแล้ว เราสามารถอธิษฐานได้ว่า ไม่ว่าจะเดินทางไปที่แห่งหนใด ขอให้ข้าพเจ้าเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ซึ่งการสร้างกุศลหรือการทำบุญถือได้ว่าเป็นสิ่งที่วิเศษเสียยิ่งกว่ามนต์คาถาใด ๆ ค่ะ เวลาเราได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจ นอกจากจะมีผู้คนมาให้ความช่วยเหลือแล้ว เทวดาท่านยังเมตตาเรา ซึ่งเป็นผลมาจากการทำบุญ อุทิศส่วนบุญ และการอธิษฐานค่ะ และลองสังเกตดูได้เลยว่าผู้ที่ทำบุญ ปฎิบัติธรรมอยู่เป็นประจำ จะเป็นผู้ที่มีหน้าตาผ่องใส เนื่องจากบุญกุศลที่ทำอยู่เรื่อยๆ นั้น เป็นดั่งเกราะคุ้มกันภยันอันตรายต่าง ๆ และผู้ที่ทำบุญจะมีจิตใจผ่องใส พอจิตใจดีก็ส่งผลมาถึงร่างกาย ถึงหน้าตา ทำให้ดูเป็นผู้ที่มีสง่าราศี ผู้ใดเห็นก็เมตตารักใคร่โดยที่เราไม่ต้องไปลงนะหน้าทองหรือพึ่งวิธีการทางไสยศาสตร์ใด ๆ เลย |
|